ฟ้าจรดทราย เล่ม 1-2 - โสภาค สุวรรณ เรียกว่าเกาะกระแสละครก็ได้มั้ง เห็นว่าเป็นนิยายแนวทะเลทรายแบบอาหรับในตำนานสำหรับใครหลาย ๆ คน ก็เลยลองซื้อมาอ่านดูสักรอบ

ภาษาของผู้เขียน ถือว่าสละสลวยสวยงามตามแบบฉบับนักเขียนชั้นครูสมัยก่อน การบรรยายในแต่ละส่วนถือว่าค่อนข้างละเอียด แต่ถามว่าเยิ่นเย้อหรือยืดเยื้อมั้ย สำหรับเราที่ผ่านนิยายภาษาอังกฤษย้อนยุคประเภทที่มีประโยคซ้อนประโยคขยายประโยคแล้วซ้อนประโยคอีกที เรื่องนี้ถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง ค่อนข้างกระชับได้ใจความทีเดียว แต่ถ้าเทียบกับของทมยันตี (และบรรดางานเขียนของท่านในนามปากกาต่าง ๆ) ก็คงเรียกได้ว่าค่อนข้างยาวพอสมควรค่ะ

จุดขายของเรื่องนี้ที่สำคัญที่สุดคือการถ่ายทอดเอาวัฒนธรรมอาหรับมาแสดงในเรื่อง จากความละเอียดในการบรรยายเล่าเรื่อง การสร้างตัวละครแต่ละตัว บทสนทนา บทบรรยายถึงสถานที่ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ อาหารการกิน ความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น เรียกได้ว่าจับเอาสารานุกรมมาใส่ในหนังสือทีเดียว เหมาะจะเป็นต้นแบบสำหรับการเขียนนิยายแนวทะเลทราย แต่สำหรับเราที่ไม่ได้หลงใหลได้ปลื้มกับวัฒนธรรมอาหรับเท่าไหร่ เลยรู้สึกว่าตัวอักษรที่เสียสละไปกับการบรรยายจุดขายเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกรำคาญเป็นบางครั้ง (แต่ถ้าลองเปลี่ยนเป็นจีนโบราณ ต่อให้เป็นสมัยชิงที่ชอบน้อยที่สุด หรือญี่ปุ่นโบราณ หรืออังกฤษยุควิคตอเรีย หรือกรีกโรมัน หรือยุโรป อาจจะไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยก็ได้ จากใจคนที่อ่านสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่แล้วอ่านเชิงอรรถทุกตัวอักษร)

ในส่วนของเนื้อเรื่อง เรียกได้ว่าราบเรียบไม่หวือหวาเท่าไหร่ สำหรับคนอ่านนิยายสายเน้นแต่เนื้อเรื่องอาจจะไม่ได้ชอบมาก ส่วนใหญ่เน้นการผจญภัยในทะเลทรายเกือบครึ่งเล่ม เป็นช่วงที่เหมือนจะน่าเบื่อเป็นบางครั้ง แต่ก็มีจังหวะให้ลุ้นในหลายจุดว่าพระเอกนางเอกจะรอดชีวิตรึเปล่า พอพระเอกนางเอกรอดมาได้ เนื้อเรื่องหลังจากนั้นกลายเป็นว่าหมดลุ้นไปทันที เพราะต่อจากนั้นก็เดาได้เกือบหมดว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป จะจบยังไง เรื่องที่มีสอดแทรกการเมือง เราว่ายังไม่โดดเด่นเท่าเรื่องการถ่ายทอดวัฒนธรรม และถือว่าค่อนข้างเป็นการเมืองที่เรียบง่าย เป็นสีสันให้กับเรื่องมากกว่า อุปสรรคเรื่องเชื้อชาติศาสนาที่ดูเหมือนน่าจะเป็นปัญหา แต่กลายเป็นว่าไม่ได้เป็นปัญหาสำคัญเท่ากับการเอาตัวรอดในทะเลทรายเลยแอบรู้สึกเซ็งหน่อยๆ

เรื่องตัวละครกลับเป็นอะไรที่พอจะช่วยชดเชยให้กับเนื้อเรื่องได้บ้าง ผู้เขียนมีความละเอียดและใส่ใจในการสร้างตัวละครหลักทั้งสองตัว และทำให้เห็นได้ว่าทั้งสองแต่ละตัวมีภูมิหลังความเป็นมาอย่างไรถึงได้ตัดสินใจในแต่ละแบบของตัวเอง ประมาณว่าถึงเราจะไม่ได้รู้สึกอินเท่าไหร่ แต่อ่านแล้วเข้าใจว่าทำไมมิเชลล์ถึงได้รักชารีฟ และทำไมชารีฟถึงสามารถรักมิเชลล์ได้ แล้วระหว่างการผจญภัยพัฒนาความสัมพันธ์ได้อย่างไร แต่ถึงอย่างงั้น ก็มีตัวละครบางตัวที่เรารู้สึกว่าผู้เขียนน่าจะทำได้ดีกว่านี้ เช่นแคชฟียา ถึงจะมีเหตุผลที่ทำให้ตัวละครตัวนี้ผันตัวจากเพื่อนนางเอกมาเป็นนางร้ายและทำเรื่องร้าย ๆ แต่เรายังรู้สึกว่าตัวละคร dramatize เกินไป (พอดีว่าไม่ถูกกับนางร้ายละครหลังข่าว ชีวิตจริงไม่เคยเจอคนแบบนี้ และไม่เคยเข้าใจคนประเภทนี้ละมั้ง) หรือเจ้าชายโอมาน ฝ่ายตัวร้ายที่รู้สึกว่ายังไม่ได้ถูก fleshed out มากพอ เลยดูเหมือนเป็นตัวละครที่มีไว้เพื่อสร้าง conflict มากกว่า

สรุปแล้วถ้าถามว่านิยายเรื่องนี้ทรงคุณค่าหรือไม่ เราถือว่าทรงคุณค่าด้วยเรื่องการถ่ายทอดวัฒนธรรมและความคลาสสิค ถ้าถามว่าควรจัดว่าเป็นวรรณกรรมหรือไม่ เราถือว่าสมควรอย่างยิ่ง ด้วยภาษาเขียนที่สละสลวยสวยงามและความทรงคุณค่า แต่ถ้าถามว่าถูกใจเรามั้ย ถือว่ายังไม่ถูกใจเท่าไหร่ และไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งหรือประทับใจนัก ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นเพราะรสนิยมการอ่านของเราด้วยส่วนนึง